UFABETWINS โทนี่ ฮอว์ก : ตำนานนักสเก็ตบอร์ด ที่ร่ำรวยล้นฟ้าจากแฟรนไชส์วิดีโอเกม

UFABETWINS สเก็ตบอร์ด เคยถูกมองว่าเป็นกิจกรรมใต้ดิน เป็นแหล่งรวมตัวของความรุนแรง และกลุ่มวัยรุ่นที่ไม่มีอนาคต

อย่างไรก็ตามหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไปตามเวลา เมื่อมีผู้นำในวงการที่แน่วแน่และแสดงความสามารถให้คนวงนอกยอมรับ สเก็ตบอร์ดก็กลายเป็น ป๊อป คัลเจอร์ เป็นอุปกรณ์ที่สื่อถึงความ “เท่และทันสมัย” ได้โดยปริยาย และนี่คือเรื่องราวไอดอลแห่งวงการสเก็ตอันดับ 1 อย่าง “โทนี่ ฮอว์ก” จากเด็กสมาธิสั้น สู่มือ 1 ของโลก และผู้สร้างวิดีโอเกมที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่เคยมีมา ติดตามเรื่องราวทั้งหมดที่นี่ มรดกจากย่านอันธพาล ในช่วงปี 1970s ถือว่าเป็นยุคทองของสเก็ตบอร์ด ไม่ว่าวัยรุ่นที่ไหนก็ถือบอร์ดออกมาพบปะกัน

ในที่สาธารณะ เพื่อแสดงออกถึงความเท่ ความขบถ และการเป็นคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา จุดเริ่มต้นของ สเก็ตบอร์ด คือช่วงยุค 40s-50s ตอนนั้นพวกวัยรุ่นเอากระดานเซิร์ฟบอร์ดมาติดล้อ และเอามาแล่นบนถนน พวกเขาแต่งบอร์ดด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อให้เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวัน จนเริ่มได้รับความนิยม และเริ่มมีการผลิตสเก็ตบอร์ด เพื่อวางขายในห้างสรรพสินค้า อย่างไรก็ตามความนิยมของสเก็ตในยุคนั้นไปไม่สุด เพราะมีการเล็งเห็นว่าเป็นอุปกรณ์ที่อันตรายและง่ายต่อการเกิดอุบัติเหตุ

แต่หลังจากนั้นอีกราว ๆ 10-20 ปีต่อมาที่แคลิฟอร์เนีย สเก็ตบอร์ด กลับมาเป็นกระแสอีกครั้ง เมื่ออยู่ในมือของกลุ่มวัยรุ่นที่ดัดแปลงมันให้ปลอกภัยกว่าเดิม โดยการเพิ่มความกว้างของบอร์ด เปลี่ยนใส่ล้อทำจากยูรีเทนที่มีทั้งความยืดหยุ่นและทดทนกว่าเดิม ความปลอดภัยไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่สุด เพราะเมื่อขึ้นชื่อว่าวัยรุ่นแล้ว พวกเขามักจะมองหาอะไรที่ท้าทายและเสี่ยงตายอยู่เสมอ พวกเขาไม่ได้คิดถึงชีวิตอะไรมากมายนัก แต่ความสนุกและการได้ทำอะไรที่แตกต่าง คือกุญแจสำคัญที่ทำให้สเก็ตบอร์ดก้าวมาถึงยุคทอง

UFABETWINS

กลุ่มวัยรุ่นจากย่านอันธพาลอย่าง “ด็อกทาวน์” เหยียบแผ่นสเก็ตด้วยความคิดที่แตกต่าง พวกเขาอยากเป็นที่จดจำด้วยการเล่นสเก็ตต่างไปจากคนทั่วไปที่แค่ไถไปตามท้องถนนเท่านั้น พวกเขาจึงให้กำเนิดการเล่นสเก็ตแบบใหม่ที่ได้ชื่อว่าเป็นสเก็ตแบบลีลาขึ้นมา จากที่เคยไถบนถนน วัยรุ่นจากด็อกทาวน์ พาลงไปเล่นในสระน้ำที่มีส่วนโค้งมน พวกเขาเริ่มไถขึ้น-ลงวนเวียนอยู่อย่างนั้น และเล่นท่าที่ยากขึ้นและเสี่ยงอันตรายเพิ่มขึ้น ด้วยความแปลก และแตกต่างนั้นเอง สเก็ตบอร์ด ก็เริ่มได้รับความนิยมกว่าเดิมหลายเท่า

เพราะความน่าตื่นตาตื่นใจของเหล่าสเก็ตลีลาเสี่ยงตายจาก ด็อก ทาวน์ กลุ่มนี้ นั่นคือมรดกที่เกิดขึ้นจริงและมีอยู่จนปัจจุบัน เรื่องนี้เคยถูกถ่ายทอดในภาพยนตร์เรื่อง Lord Of Dog Town มาแล้ว พวกเขาสร้างยุคทองของสเก็ตบอร์ด ไม่ว่าวัยรุ่นที่ไหนก็ถือบอร์ดออกมาพบปะกันในที่สาธารณะ เพื่อแสดงออกถึงความเท่ ความขบถ และการเป็นคนรุ่นใหม่ โดยหนึ่งในเด็กยุคหลังที่ได้อิทธิพลจากกลุ่มเล่นสเก็ตเสี่ยงตายจากด็อกทาวน์ ก็คือ โทนี่ ฮอว์ก ชายผู้ถูกเรียกว่าเป็น “ไอคอน” แห่งวงการสเก็ตบอร์ดจนถึงทุกวันนี้

“เจย์ อดัม เป็นหัวหน้าแก๊งจากด็อกทาวน์ เขาและพรรคพวกคือผู้เปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม พวกเขาพาสเก็ตบอร์ดออกจากการวิ่งบนพื้นราบเพียงอย่างเดียวเท่านั้น” ฮอว์ก กล่าวถึงไอดอลของเขา ตำนานแห่ง ด็อกทาวน์ “ตอนเด็กผมคิดเสมอว่าผมอยากจะเท่ อยากจะทำในสิ่งที่ เจย์ ทำ” เขาว่าไว้เช่นนั้น กว่าจะเป็น โทนี่ ฮอว์ก การได้ซึมซับยุคทองมาเต็มที่ทำให้ โทนี่ ฮอว์ก หลงใหลในสเก็ตบอร์ดแบบเต็ม ๆ ตอนที่เหล่าวัยรุ่นจากด็อกทาวน์ครองวงการสเก็ตในแคลิฟอร์เนีย โทนี่ ฮอว์ก เพิ่งเกิดได้ไม่กี่ปีเท่านั้น เดิมทีเขาเป็นเด็กมีปัญหา

เรื่องสมาธิ เขาสมาธิสั้น ไม่สามารถจดจ่ออะไรได้นาน ๆ การรักษาที่ทำให้เขาหายจากโรคนี้ คือ สเก็ตบอร์ด กระดานแผ่นแรกของ ฮอว์ก มาตอนที่เขาอายุได้ 9 ขวบ พี่ชายของเขามอบมันให้เป็นของขวัญ จากเด็กที่ไม่เคยจดจ่อกับอะไรได้ เขาเริ่มใช้เวลาไถและเตะสเก็ตทั้งวันทั้งคืน ฮอว์ก ยืนยันเสมอว่าแท้จริงแล้วพรสวรรค์มีจริงหรือไม่เขาไม่รู้ แต่การที่เขากลายเป็นโปรสเก็ตระดับแชมป์โลกตั้งแต่อายุ 16 ปีนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดของเขาคือ ความทุ่มเทและความตั้งใจต่างหาก “จริง ๆ การใช้สเก็ตบอร์ดมันง่ายกว่าที่คนทั่วไปคิด

คุณหยิบมันขึ้นมา วางมันลง เท้าข้างหนึ่งไว้ที่หัว อีกข้างหนึ่งไว้ที่ท้าย โยกไปโยกมาจนทำให้เป็นหนึ่งเดียวกับมัน ผมว่ามันไม่เกี่ยวกับสมดุลร่างกายอะไรนักหนาหรอก สิ่งสำคัญ คือ คุณมีเวลาให้กับมันมากพอหรือเปล่าเท่านั้นเอง” ฮอว์ก พูดถึงเหตุผลที่เขาเก่งสเก็ตตั้งแต่เด็ก แม้ไม่มีการเปิดเผยเงินเดือนของ ฮอว์ก สมัยกลายเป็นโปรสเก็ตบอร์ด แต่มีการระบุไว้ในเว็บไซต์ www.sportsrec.com ว่ารายได้ต่อเดือนของการเป็นโปรสเก็ตบอร์ดโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 1,000-10,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งสำหรับ ฮอว์ก ที่ที่ถือว่าเป็นเบอร์ต้น ๆ

ของยุค ก็น่าจะพอประมาณได้ว่าเงินเดือนของเขาอยู่บนจุดสูงสุดของพีระมิด หรือราว 10,000 ดอลาร์ดอลลาร์สหรัฐฯ หน้าที่ของโปรสเก็ตคือพวกเขาต้องทำงานกับบริษัทที่เป็นเจ้าของสัญญา สำหรับ ฮอว์ก นั้นเซ็นกับทีมที่ชื่อว่า Powell Peralta โดยหน้าที่หลักของเขาคือการทำวิดีโอออกมาโปรโมตสินค้าต่าง ๆ โดยรายการยอดฮิตของเขาในสมัยนั้นมีชื่อว่า Bones Brigade ส่วนรายได้จากการแข่งขันนั้นไม่เท่ากัน แล้วแต่ขนาดและชื่อเสียงของรายการ ซึ่งตลอดชีวิตของ ฮอว์ก เขาเป็นแชมป์โลก 12 ครั้ง ชนะการแข่งขันแบบ

UFABETWINS

ทัวร์นาเมนต์ถึง 70 รายการ จนกระทั่งมีชื่อเสียงมากพอ อยู่ในฐานะไอคอนของวงการ เขาจึงเริ่มทำแบรนด์ Tony Hawk เป็นของตัวเอง ซึ่งหลังจากประสบความสำเร็จแล้ว เขามีรายได้อยู่ที่ราว ๆ 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปีเลยทีเดียว จากสเก็ตที่เคยไถเล่นอยู่บนถนน เขารับอิทธิพลจากเหล่าด็อกทาวน์ และต้องการทำอะไรที่เสี่ยงเหมือนกับที่ไอดอลของเขาทำ เขาอยากจะทำอะไรที่แตกต่าง ที่มันยากในแบบที่ใครทำไม่ได้ “การได้เป็นคนที่แตกต่างมันยอดเยี่ยมมาก เหตุผลที่คนที่ทำในสิ่งที่แตกต่างได้รับความสนใจจากผู้คน

ก็เพราะความไม่เหมือนใครนั่นแหละ คนที่ชอบทำในสิ่งที่แตกต่างจะได้รับความสนใจมากกว่า คนที่เรียกร้องการยอมรับเพียงเพราะเขาเดินตามรอยเท้าคนอื่น ๆ” ฮอว์ก ว่าเช่นนั้น ความต่างคืออะไร ? ในยุค 70s ของเหล่า ด็อก ทาวน์ สเก็ตบอร์ด ลงไปเล่นในสระน้ำและเริ่มมีท่าทางใหม่ ๆ อย่าง Kickflip, Ollie แต่ในยุค 80s ที่เป็นยุคของ ฮอว์ก นั้น เริ่มมีการตีลังกา, หมุนตัว และทำอะไรเสี่ยง ๆ มากกว่าที่เคยเป็น สำหรับ ฮอว์ก ที่เป็นโปรตอนอายุ 14 ปี และเป็นแชมป์โลกตอนอายุ 16 ปีนั้น ไม่เคยหยุดท้าทายมัจจุราชด้วยสเก็ตบอร์ด

อะไรที่เคยทำได้แล้ว เขาจะหาวิธีที่ทำให้มันยากขึ้น และเสี่ยงขึ้น การเป็นคนแตกต่างและเก่งจริงทำให้หลายคนสนใจ ฮอว์ก ขึ้นมา เขาคว้าแชมป์โลกสเก็ตบอร์ดถึง 12 สมัยติดต่อกัน เหนือสิ่งอื่นใดคือท่าใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในวงการสเก็ตบอร์ดนั้น โทนี่ ฮอว์ก คือ คนแรกบนโลกที่ทำได้ เพราะเขาเป็นผู้คิดค้นขึ้นมาเอง ตำนานบทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือท่าที่เรียกว่า “900” ท่าเสี่ยงต่อการบาดเจ็บที่สุด เพราะต้องขึ้นแรมป์ (อุปกรณ์ช่วยเพิ่มความเร็วมีลักษณะเป็นแอ่งกะทะ) แล้วลอยตัวขึ้นไปบนฟ้า หมุนตัวแบบ 900 องศา หรือ 2 รอบครึ่ง

และกลับมาลงพื้นได้แบบไม่เสียการทรงตัวจนหล่นจากสเก็ต ท่า 900 ถือเป็นท่าที่เรียกได้ว่าปลุกกระแสสเก็ตบอร์ดในยุค 90s เลยก็ว่าได้ เพราะในวันที่ ฮอว์ก เลือกจะทำการแสดงท่า 900 นั้น เจ้าตัวเลือกที่จะไปโชว์ท่าดังกล่าวในรายการ X Games ที่เปรียบได้กับมหกรรมกีฬาโอลิมปิกแห่งกีฬาเอ็กซ์ตรีม มีการเก็บค่าตั๋วเข้าชม และมีฝูงชนเข้ามาชมงานนี้เป็นหลักแสนคนเลยทีเดียว “ผู้คนอยากจะเห็นบางสิ่งที่พิเศษจริง ๆ ชาวสเก็ตบอร์ดมารวมตัวกันเพื่อรอดูช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ของวงการสเก็ตบอร์ด”

ฮอว์ก กล่าวก่อนที่แชลเลนจ์จะเริ่มขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดหลังใช้ความพยายามอยู่หลายสิบครั้ง ฮอว์ก ก็กลายเป็นมนุษย์คนแรกที่ทำท่า 900 ได้สำเร็จในปี 1999 พร้อมกับเสียงเฮสนั่นที่คืนชีพให้วงการสเก็ตบอร์ดกลับมาอีกครั้ง รวมถึงทำให้ โทนี่ ฮอว์ก สถาปนาตนเองเป็นตำนานของวงการ

 

คลิ๊กเลย >>>  https://www.ufabetwins.com/

อ่านข่าวเพิ่ม >>>  บ้านผลบอล